เครื่องตรวจน้ำตาล เครื่องวัดระดับน้ำตาล
ในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน หรือผู้ป่วยเบาหวาน การมี เครื่องตรวจน้ำตาล ที่บ้านจะทำให้สามารถตรวจระดับน้ำตาลได้อย่างสม่ำเสมอ และสามารถใช้เป็นข้อมูลเพื่อประกอบกับการรักษาโรคเบาหวานได้
ใครบ้างที่ควรใช้ เครื่องตรวจน้ำตาล
- ผู้ที่ต้องควบคุมเบาหวานอย่างเข้มงวด เช่น ผู้ป่วยเบาหวานที่มีครรภ์ หรือผู้ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำบ่อย ๆ หรือรุนแรง หรือผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ต้องฉีดอินซูลิน
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รักษาด้วยยา แต่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้
- ผู้ที่เริ่มป่วยเป็นเบาหวาน และต้องการติดตามอาการเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- บุคคลทั่วไปที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
หลักการเลือกเครื่องวัดระดับน้ำตาลด้วยตัวเอง
- เลือกเครื่องตรวจน้ำตาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน
- เลือกเครื่องตรวจน้ำตาลที่ประเมินผลได้อย่างรวดเร็ว ใช้ปริมาณเลือดน้อย
- เลือกเครื่องตรวจน้ำตาลที่สามารถบันทึกค่าย้อนหลัง เพื่อความสะดวกต่อการติดตามผลการวัดระดับน้ำตาล
ไม่พบสินค้าตรงกับที่คุณเลือก
ระดับน้ำตาลในเลือดที่ปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่
ระดับน้ำตาลปกติในผู้ที่ไม่เป็นเบาหวาน
- ก่อนอาหาร ต่ำกว่า 100 มก./ดล.
- หลังอาหาร 2 ชั่วโมง ต่ำกว่า 140 มก./ดล.
- ก่อนนอน ต่ำกว่า 120 มก./ดล.
ระดับน้ำตาลปกติในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน
- ก่อนอาหาร ต่ำกว่า 80-130 มก./ดล.
- หลังอาหาร 2 ชั่วโมง ต่ำกว่าหรือเท่ากับ 180 มก./ดล.
- ก่อนนอน อยู่ระหว่าง 90-150 มก./ดล.
ระดับน้ำตาลในเลือดสูง สำหรับผู้ที่ไม่เป็นเบาหวานและผู้ป่วยเบาหวาน
- ก่อนอาหาร มากกว่า 140 มก./ดล. หรือน้อยกว่า 70 มก./ดล.
- หลังอาหาร 2 ชั่วโมง มากกว่า 200 มก./ดล.
- ก่อนนอน มากกว่า 150 มก./ดล.
ประโยชน์ของการใช้ เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด ด้วยตนเอง
- สามารถคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานได้เบื้องต้น
- สามารถติดตามอาการได้อย่างทันทีและต่อเนื่อง
- สามารถนำค่าระดับน้ำตาลที่วัดได้มาเพื่อปรับการรักษาให้เหมาะสม
- ป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้อย่างทันถ่วงทีหากพบว่ามีระดับน้ำตาลที่สูงหรือต่ำกว่าปกติ
สิ่งที่อาจทำให้ค่าระดับน้ำตาลคลาดเคลื่อน เมื่อใช้เครื่องตรวจน้ำตาลด้วยตนเอง
- การบีบเค้นเลือด จะทำให้ได้น้ำเลือดหรือน้ำเหลือง ซึ่งประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส ออกมามากกว่าปกติ ส่งผลให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อนได้
- เกิดการปนเปื้อนระหว่างทดสอบ เช่น การล้างมือไม่สะอาด ไม่ได้เช็ดแอลกอฮอล์ก่อนเก็บตัวอย่างเลือด ตัวอย่างเลือดมีการปนเปื้อนแอลกอฮอล์เนื่องจากแอลกอฮอล์ยังระเหยไม่หมดและทำการตรวจ
- จัดเก็บแผ่นทดสอบไม่ถูกวิธี เช่น นำไปแช่เย็น ทิ้งไว้ในที่ที่มีแดดจัด หรือมีการเปิดฝากทิ้งไว้
- ความเข้มข้นของเลือด จากงานวิจัยของผู้เชี่ยวชาญพบว่า การที่มีความเข้มข้นเลือดสูง (อาจเกิดจากการดื่มน้ำน้อย) จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สูงขึ้นกว่าค่าจริง
- ยาบางชนิด เช่น พาราเซตามอน ยารักษาโรคพาร์กินสัน หรือแม้แต่วิตามินซี ก็อาจจะมีผลต่อการวัดระดับน้ำตาลเช่นกัน
- การใช้งานเครื่องวัดน้ำตาลผิดวิธี เช่น การใส่โค้ดทดสอบผิด การป้ายเลือดบนแผ่นทดสอบ เป็นต้น


