เครื่องวัดความดันโลหิต
การมี เครื่องวัดความดันโลหิต ติดไว้ที่บ้านและวัดความดันเป็นประจำ มีข้อดีคือ ช่วยให้เราทราบค่าความดันเฉลี่ยและสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการประเมินการรักษาสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ผู้สูงอายุ และผู้ใช้งานทั่วไปได้ดียิ่งขึ้น
เครื่องวัดความดันโลหิตบอกค่าอะไรบ้าง
โดยทั่วไปเครื่องวัดความดันโลหิตจะบอก 3 ค่า ได้แก่
- ค่าความดันโลหิตตัวบน (Systolic pressure) คือ แรงดันในหลอดเลือดขณะที่หัวใจบีบตัว
- ค่าความดันโลหิตตัวล่าง (Diastolic pressure) คือ แรงดันในหลอดเลือดขณะที่หัวใจคลายตัว
- อัตราการเต้นของหัวใจ
สำหรับเครื่องวัดความดันโลหิตบางรุ่น สามารถตรวจจับหัวใจเต้นผิดจังหวะได้
การเลือกเครื่องวัดความดันโลหิต ดิจิตอล สำหรับวัดความดันที่บ้าน
เทคนิคการเลือกเครื่องวัดความดันโลหิตมีดังนี้
- เลือกเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิตอล ที่ได้มาตรฐานหรือมีใบอนุญาตในการขาย
- เลือกรุ่นที่มีผ้าพันแขน (Cuff) ขนาดพอดีกับแขน เพื่อความแม่นยำในการวัดความดัน
- เครื่องวัดความดันโลหิตแบบวัดที่ต้นแขน จะมีความแม่นยำมากกว่าเครื่องวัดดันที่ข้อมือ แต่ที่วัดความดันโลหิตแบบข้อมือ ก็มีข้อดีคือมีขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย
- เลือกเครื่องวัดความดันโลหิตจากฟังก์ชั่นการใช้งาน เช่น อาจเลือกเครื่องวัดความดันโลหิต ที่สามารถตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น
ไม่พบสินค้าตรงกับที่คุณเลือก
วิธีใช้เครื่องวัดความดันโลหิต
- รัดผ้าพันข้อมือหรือผ้าพันแขน (Cuff) ให้พอดี และรัดให้แนบชิดกับแขน ไม่ควรรัดบริเวณที่มีเสื้อผ้าปกคลุม
- นั่งหลังตรง วางเท้าราบกับพื้น และวางแขนให้อยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ
- นั่งนิ่ง ๆ ให้สบายอย่างน้อย 5 นาที ก่อนกดปุ่มวัดที่เครื่องวัดความดันโลหิต
- เครื่องวัดความดันโลหิตส่วนใหญ่จะแสดงผล 3 ค่า คือ ค่าความดันโลหิตตัวบน ค่าความดันโลหิตตัวล่าง และอัตราการเต้นของหัวใจ
- ผู้ใช้งานอาจวัดความดันโลหิตอีก 1-2 ครั้ง เพื่อความแน่ใจ โดยควรเว้นระยะจากการวัดความดันครั้งก่อนหน้าอย่างน้อย 1 นาที
- จดบันทึกข้อมูลที่ได้จากเครื่องวัดความดันโลหิตเป็นประจำ และผลค่าความดันที่ได้ไปปรึกษาแพทย์
หมายเหตุ:
- ก่อนวัดความดันควรถ่ายปัสสาวะให้เรียบร้อย งดสูบบุหรี่ งดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ รวมถึงงดออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีก่อนวัดความดันโลหิต
- สำหรับคนที่ต้องรับประทานยา ควรวัดความดันโลหิตก่อนแล้วค่อยทานยา เนื่องจากยาบางชนิดมีผลกับค่าความดันโลหิต
ค่าความดันปกติอยู่ที่เท่าไหร่
ค่าความดันโลหิตของแต่ละคนมีความแตกต่างกันตามอายุและสภาวะร่างกาย แต่โดยทั่วไปแล้วค่าความดันปกติจะอยู่ที่ประมาณ 120/80 มิลลิเมตรปรอท หากคุณมีค่าความดันโลหิตมากกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท ถือว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างละเอียด
ควรวัดความดันช่วงเวลาไหน
ควรวัดความดันโลหิตภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากตื่นนอนทุกเช้าและทุกคืนก่อนเข้านอน
- หากคุณวัดความดันโลหิตในตอนเช้า ให้วัดภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากตื่นนอน ก่อนทานอาหารเช้าและหลังจากทำธุระในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว นั่งพัก 1-2 นาที จากนั้นจึงเริ่มวัดค่าในท่านั่ง
- หากคุณวัดความดันโลหิตในตอนกลางคืน หลังจากนั่งพัก 1-2 นาที ให้วัดค่าในท่านั่งก่อนเข้านอน
**แนะนำให้วัดค่าในเวลาเดียวกันทุกวัน
ทำไมใช้เครื่องวัดความดันโลหิตที่บ้านแล้ววัดความดันได้ไม่เท่ากับที่โรงพยาบาล
หลาย ๆ คนมักวัดความดันโลหิตที่โรงพยาบาลได้สูงกว่าการใช้เครื่องวัดความดันโลหิตที่บ้าน ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลที่อาจทำให้เกิดความเครียดโดยที่ไม่รู้ตัว ทำให้วัดความดันได้สูงกว่าปกติ หรือบางครั้งอาจเกิดจากการใช้เครื่องวัดความดันโลหิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ค่าความดันที่ได้คาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม หากวัดความดันแล้วพบว่ามีค่าความดันโลหิตสูงหรือต่ำกว่าปกติ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง
อาการของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
ผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มเสี่ยงของผู้ที่มีความดันโลหิตสูง โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ ทำให้ไม่ทราบว่าตนกำลังเป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่ บางรายอาจมีอาการปวดศีรษะ ใจสั่น เหนื่อยง่ายกว่าปกติ หรือเลือดกำเดาไหล ซึ่งอาการมักจะแสดงออกมา เมื่อเป็นความดันโลหิตสูงขั้นรุนแรงแล้ว
วิธีลดความดันโลหิตสูง
- พยายามควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ (ค่าดัชนีมวลกายหรือค่า BMI อยู่ที่ประมาณ 18.5-22.9 กิโลกรัม/เมตรยกกำลังสอง) โดยค่าดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว(กิโลกรัม) / ส่วนสูง(เมตร) x ส่วนสูง(เมตร)
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพิ่มอาหารลดความดัน เช่นผักและผลไม้ ลดอาหารที่มีไขมันและโซเดียมสูง
- ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 30 นาที


