วิธีดูแลและกายภาพผู้ป่วยสโตรกให้กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

จากผลสำรวจปี 2562 พบว่าประชากรในประเทศไทยมีมีผู้ป่วยหลอดเลือดสมองหรือภาวะสโตรก จำนวน 355,671 คน เทียบได้ว่าในจำนวนประชากร 1 แสนคน จะพบผู้ป่วย Stroke 543 คน ทั้งนี้กรมควบคุมโรคได้ประมาณการความเสี่ยงของการเกิดสโตรก พบว่าในทุก ๆ 4 คนจะมีผู้ป่วย Stroke 1 คน ซึ่งถือเป็นจำนวนที่เยอะมาก
จากบทความก่อน ทางทีมของ OLDK ได้พาทุกท่านไปรู้จักกับภาวะสโตรก เส้นเลือดในสมองตีบ เส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งหากพบเร็ว รักษาทัน ก็สามารถที่จะกลับมาเป็นปกติได้ บทความนี้จะพาทุกท่านมารู้จักกับวิธีการดูแลและการทำกายภาพบำบัดเบื้องต้น เพื่อฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรกและช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติที่สุด
ปัญหาที่พบได้ในการดูแลผู้ป่วยสโตรก
- ปัญหาการสื่อสาร
ผู้ที่เป็นสโตรกอาจสื่อสารลำบาก พูดได้ไม่เป็นคำ หรือยังสื่อสารไม่ค่อยได้ ดังนั้นควรเริ่มสื่อสารด้วยคำถามที่สั้น ๆ ง่าย ๆ อาจจะเป็นการกระตุ้นให้มีการตอบคำถามว่าใช่หรือใม่ก่อน ในกรณีที่ผู้ป่วยสามารถเขียนได้ อาจให้ใช้การเขียนเพื่อทำการสื่อสารได้ - ปัญหาการเคี้ยวและการกลืนลำบาก
อาจจะต้องเลือกอาหารเหลวหรืออาหารที่เคี้ยวได้ไม่ยากมาก และหากผู้ป่วยสโตรกสามารถนั่งได้ อาจจะจัดให้อยู่ในท่านั่งเพื่อป้องกันการสำลัก และกระตุ้นให้ทานโดยการใช้หลอดดูด - ปัญหาการบวมของแขน ขา มือ และเท้า
อาจเกิดจากการไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว พบได้บ่อยในข้างที่อ่อนแรง สามารถแก้ได้โดยการหาหมอนหรือผ้ามารองบริเวณนั้นให้สูงขึ้น เพื่อช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือด การกระตุ้นให้เปลี่ยนท่า และหลีกเลี่ยงการให้ทานอาหารที่เค็มหรือมีโซเดียมเยอะ - ปัญหาการขับถ่าย
เนื่องจากผู้ป่วยสโตรกไม่ค่อยได้ขยับตัว ร่วมกับบางครั้งอาหารที่ทานอาจจะไม่ค่อยมีกากใย ดังนั้นควรเลือกอาการที่มีกากใย ร่วมกับกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนท่า หรือมีการเดิน การดื่มน้ำให้เพียงพอ - ปัญหาการนอน
ผู้ป่วยสโตรกมักนอนไม่เป็นเวลา ไม่ค่อยนอนตอนกลางคืน ซึ่งสามารถแก้ได้โดยการให้มีการออกกำลังกายตอนเช้า หรือระหว่างวัน จัดให้มีกิจกรรมช่วงเวลากลางวัน หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน เพื่อให้ผู้ป่วยได้นอนตอนกลางคืน - ปัญหาทางด้านจิตใจ
เนื่องจากผู้ป่วยนั้นอาจไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ตามเดิม ทำให้อาจมีความหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน อาจเกิดภาวะซึมเศร้า ท้อแท้ ญาติหรือผู้ดูแลอาจต้องค่อย ๆ พยายามทำความเข้าใจ ใจเย็น และหมั่นให้กำลังใจผู้ป่วย
เป็นสโตรก เส้นเลือดในสมองตีบรักษาหายได้ไหม
โรคสโตรก สามารถรักษาให้หายได้ ถ้ารู้เร็ว และมารักษาเร็ว ยิ่งมีโอกาสที่จะกลับมาได้ปกติมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ระดับอาการที่เป็นยังขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรคอีกด้วย
บางท่านอาจจะเคยได้ยินมาว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการรักษาคือช่วง 6 เดือนแรก หรือที่เรียกว่าช่วง Golden period ความจริงแล้วจะพูดว่าถูกครึ่งหนึ่งก็ได้เช่นกัน เนื่องจากช่วงเวลา 6 เดือนแรกนั้นเป็นช่วงที่จะสามารถฟื้นฟูได้ดีที่สุด แต่ไม่ใช่ว่าระยะเวลาช่วงหลังจากนั้นจะไม่สามารถฟื้นฟูได้อีกเลย การหมั่นทำกายภาพบำบัดและการออกกำลังกาย ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยสโตรกสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ใกล้เคียงกับปกติมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นใครที่กำลังเริ่มทำกายภาพบำบัดอยู่ อย่าเพิ่งท้อไปนะคะ
การดูแลผู้ป่วยสโตรกเบื้องต้น
- การจัดท่านอนให้เหมาะสม เพื่อป้องกันแผลกดทับ ในระยะแรกที่ผู้ป่วยยังไม่สามารถขยับร่างกายได้ หรือยังมีอาการอ่อนแรง การใช้ชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่บนเตียง ดังนั้นการจัดท่านอนที่เหมาะสม จะช่วยให้ผู้ป่วยนอนหลับสบาย และป้องกันการเกิดแผลกดทับอีกด้วย
- ท่านอนหงาย
– จัดให้มีหมอนบางๆ หนุนที่หัวไหล่และต้นแขนข้างที่อ่อนแรง
– จัดศีรษะให้หมุนไปด้านที่อ่อนแรง เพื่อป้องกันทางเดินหายใจอุดตัน
– จัดลำตัวให้ตรง ระวังอย่างให้เอียงไปด้านที่มีการอ่อนแรง
– หมอนรองศรีษะให้อยู่ในระดับที่พอดี ไม่ยกสูงเกินไป
– หาหมอนมาหนุนตรงข้างขาที่อ่อนแรง ป้องกันขาแบะออก
– ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือหมอนใบเล็กวางหนุนไว้สะโพก บริเวณใต้เข่า ข้อเท้า เพื่อป้องกันหลังแอ่น
– จัดวางปลายเท้าให้ตรง ป้องกันปลายเท้าตก - ท่านอนตะแคงทับข้างที่อ่อนแรง
– จัดศีรษะโน้มไปทางด้านหน้า ตัวตรง
– วางแขนและไหล่ข้างที่อ่อนแรงเหยียดมาทางด้านหน้า ช่วงปลายแขนอยู่ ในท่าหงายมือ
– ขาด้านหลังข้างอ่อนแรงจับเหยียดข้อสะโพกตรง เข่างอเล็กน้อย
– ขาข้างดี อยู่ด้านบนงอไปทางหน้าใช้หมอนรอง - ท่านอนตะแคงทับข้างดี
– นอนตะแคงคับข้างดี ศีรษะโน้มไปทางด้านหน้าเล็กน้อย ลำตัวตรง
– แขนข้างที่อ่อนแรงจัดให้ไหล่งุ้มไปทางด้านหน้า ใช้หมอนรองแขน และมือวางบนหมอน
– ขาข้างที่อ่อนแรงจัดให้สะโพกงอเข่างออยู่บนหมอน เท้ารองรับไว้ บนหมอนเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อเท้าบิดงอ - ทั้งนี้ควรเปลี่ยนท่าทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันแผลกดทับ
- ท่านอนหงาย
- การดูแลสุขภาวะทั่วไป
- ความสะอาด
พยายามสังเกตบริเวณปุ่มกระดูกไม่ให้มีรอยแดง ถลอก หรือเปื่อยซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดแผลและอาจจะเป็นแผลกดทับได้ รวมถึงควรดูแลความสะอาด การอาบน้ำและเช็ดผิวให้แห้ง ทาครีมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ไม่ให้ผิวแห้งเกินไป - การรับประทานอาหาร
ควรทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีกากใย รวมถึงหลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง และแอลกอฮอล์
- ความสะอาด
การทำกายภาพบำบัดผู้ป่วยสโตรก
การทำกายภาพบำบัดถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยสโตรกกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด โดยสามารถแยกการฝึกเบื้องต้นเป็นการฝึกต่าง ๆ ดังนี้
การขยับบริเวณข้อต่อ
เนื่องจากในระยะแรก ผู้ป่วยอาจจะยังไม่สามารถขยับร่างกายได้ การช่วยขยับนี้จะสามารถลดการเกิดการติดของข้อต่อ ร่วมกับการกระตุ้นให้ผู้ป่วยค่อยๆขยับตามไปด้วย จะช่วยให้ผู้ป่วยเริ่มจะออกแรง มีการขยับตาม และยังกระตุ้นการไหลเวียนเลืออีกด้วย
การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
เมื่อระยะเวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง ในผู้ป่วยบางรายอาจมีการเกร็งเกิดขึ้น การช่วยยืดกล้ามเนื้อนี้จะช่วยลดความเกร็งตัว และเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการออกกำลังกายในขั้นต่อไป
การออกกำลังกายกล้ามเนื้อโดยรอบ
เพื่อค่อย ๆ ฟื้นฟูกล้ามเนื้อขึ้น โดยเริ่มแรกอาจจะเป็นการออกแรงโดยช่วยกันระหว่างนักกายภาพบำบัดหรือผู้ดูแลกับผู้ป่วย และค่อย ๆ เป็นการออกแรงเองตามลำดับ โดยสามารถใช้เป็นท่าที่เป็นการขยับข้อต่อ ยกก้น ยกขา หรือสามารถเข้ามาปรึกษาทางนักกายภาพบำบัด เพื่อออกแบบท่าออกกำลังกายที่เหมาะสมได้
การฝึกการทรงตัว
เมื่อเริ่มมีกำลังกล้ามเนื้อ การฝึกต่อไปเพื่อเพิ่มความมั่นคงในการเดิน รวมถึงป้องกันความเสี่ยงในการล้มจึงสำคัญมาก นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ป่วยอีกด้วย
การฝึกเดิน
อาจเริ่มจากการใช้ไม้เท้า และค่อยๆฝึกจนสามารถที่จะปล่อยไม้เท้าได้ ทั้งนี้ต้องประเมินจากภาวะอาการและโรคที่เป็นด้วย
การฝึกกายภาพที่ทางเราแนะนำไป เป็นการฝึกเบื้องต้นที่จะสามารถช่วยในการฟื้นฟูร่างกายของผู้ป่วยสโตรกได้ แต่หากท่านไหนอ่านแล้ว ยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถเข้ามาปรึกษานักกายภาพของทางเรา เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับอาการที่เป็นได้ค่ะ ทั้งนี้ สโตรกสามารถป้องกันได้ รวมถึงหากเป็นแล้ว ก็สามารถค่อย ๆ ฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกติได้เช่นกัน ทาง OLDK ของเราเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลทุก ๆ ท่านนะคะ ด้วยความปรารถนาดีจากทีม OLDK ค่ะ
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.กวินทรา สันติอภิรักษ์
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.กนกอร เหมหาญวิภาส
กิจกรรมบำบัดที่บ้าน โดย กบ.สิรญาภัสร์ เรืองเมธาศักดิ์
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ซอบารียะห์ หามะ
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ชัญญานุช แสงชูชื่นจิตต์
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ทรงอร พิทยาพิพัฒน์กุล
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.โยทะกา ชิมรัมย์
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.กุลณิภา พานิกุล
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ณัฐพร ธัญทะพิพงค์
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ธีรพงศ์ อินทรวงส์โชติ
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ยุภาพร ศรีสอาด
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ณัฐยศ ไม้เกตุ
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ธนาวัฒน์ เศรษฐเรืองสิน
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.จิรนันท์ จิตรีงาม
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ธมลวรรณ ภัทรวรรณโสภณ
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ธัญญ์นรียา พูลเอียด
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ช่อผกา คงกะเรียน
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ผกาทิพย์ เกตุศรี
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.พีรณัฐ ชุมมณเทียร
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.กรองกาญจน์ ชุมแก้ว
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.กานต์ระพี ผลาสิริสิทธิ์
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.แพรนิภา เพชรศรี
ทำกิจกรรมบำบัดที่บ้าน โดย ก.บ.มนัสวี จิรเสรีกุล
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ภาพตะวัน ไพทยะทัตย์
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ปิยะดา ใจอารีย์
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ปณัฏฐา สมุทรไทย
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.วีระ จารย์โพธิ์
กิจกรรมบำบัดที่บ้าน โดย กบ.จิรวดี โพธิ
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.มีน พรหมมนตรี
กิจกรรมบำบัดที่บ้าน โดย กบ.ณภัทร ชุมภูรัตน์
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.สุพิชญา จารุนครินทร์
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ภัทรสุดา สุวรรณอมรเลิศ
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ณิชชาอร ประคองทรงบุญ
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.พงศธร สีสุกดี
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ศิริตกาณ นนทะชาติ
กายภาพที่บ้าน โดย กภ. อุดมพร วงษ์สุวรรณ
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ธงชัย ศิริวิไลศักดิ์
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ภัทราภรณ์ พิมพ์โสม
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.เกศกนก ศรีมาลูน
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.บุญสิตา บุญเทศนา
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.นิรชา หงษ์ทอง
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.เพชรแพรวพราว พร้อมมูล
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.จิรัชญา เพ็ชโรภาส
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.วนิชชา ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ปิยพร ศรีลาภสิริ
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ดุลยนิติ์ นามศักดิ์
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.กรญาณ์ นวลมะ
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.ปราวดี พัฒศรีเรือง
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.วุฒิภัทร ยรรยงธรรม
กายภาพที่บ้าน โดย กภ.มะลิวรรณ อักษรเนียม
สาระน่ารู้เรื่องการดูแลและการทำกายภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
- รู้จักโรคหลอดเลือดสมองเบื้องต้น: อาการโรคหลอดเลือดสมอง ปัจจัยเสี่ยง และการรักษา
- (บทความนี้) วิธีการดูแลผู้ป่วยสโตรกให้กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ
- การกายภาพบำบัดผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) – EP.1
- การกายภาพบำบัดผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ในช่วงแรก – EP.2
- การกายภาพบำบัดผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ฝึกนั่ง – EP.3
- การกายภาพบำบัดผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ฝึกยืน – EP.4
- การกายภาพบำบัดผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ฝึกเดิน – EP.5
- การกายภาพบำบัดผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ฝึกเดินขึ้นลงบันได – EP.6


