5 วิธีเช็กข่าวปลอม (Fake news) ก่อนหลงเชื่อ

เคยสงสัยกันไหมว่าข้อมูลข่าวสารที่เราแชร์บนเฟซบุ๊กหรือส่งต่อกันในไลน์กลุ่มเป็นข่าวจริงหรือข่าวปลอม? ในยุคที่เราสามารถเข้าถึงและส่งต่อข่าวสารได้ทุกที่ทุกเวลา ทำให้ข้อมูลเหล่านั้นกระจายไปอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ และแม้ข้อมูลที่ได้มาจะดูน่าเชื่อถือ แต่บางครั้งเราอาจกำลังตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม (Fake news) อยู่ นอกจากนี้หากเราแชร์ข่าวปลอมต่อไปอีกก็อาจจะทำให้มีคนรับข้อมูลข่าวสารที่ผิด ๆ เพิ่มขึ้น และยังทำให้ตัวเราเองดูเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือในสายตาของคนอื่นอีกด้วย

เห็นแบบนี้แล้วหลาย ๆ คนคงมีคำถามว่าแล้วเราจะสังเกตข่าวปลอมอย่างไรได้บ้าง? OLDK ขอบอกเลยว่าไม่ยากอย่างที่คิด จะมีอะไรที่ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนเชื่อบ้าง ไปดูกันเลย

เช็กที่มาของแหล่งข้อมูลและชื่อ URL ให้ละเอียด

สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดในการเช็กข่าวปลอมก็คือการดูแหล่งที่มาของข้อมูล หากเป็นข้อมูลเกี่ยวกับข่าวสารบ้านเมืองให้ลองดูว่าข้อมูลที่ได้มากจากเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียของสำนักข่าวที่เป็นที่รู้จักหรือไม่ โดยควรดูชื่อของเว็บไซต์หรือ URL ให้ดี ๆ เพราะเว็บข่าวปลอมมักจะเปลี่ยนหรือสลับตัวอักษรของชื่อเว็บไซต์เล็กน้อย เพื่อให้คนอ่านเข้าใจผิดคิดว่ากำลังอ่านข่าวจากเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงจริง ๆ

สำหรับข้อมูลที่ให้ความรู้ทั่วไป ให้ดูว่าแหล่งข้อมูลมีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหรือไม่ หรือว่ามีการอ้างอิงข้อมูลมาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน เช่น ข้อมูลเรื่องสุขภาพที่น่าเชื่อถือควรมาจากโรงพยาบาล หน่วยงานหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ หากเป็นเว็บไซต์ที่ไม่คุ้นเคยอาจดูข้อมูลเพิ่มเติมจากหน้าเกี่ยวกับเรา (About us) หรือหน้าเว็บที่บอกความเป็นมาของเว็บไซต์นั้น ๆ

เช็กกับแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออื่น ๆ

หากรู้สึกไม่แน่ใจว่าข้อมูลที่กำลังอ่านอยู่บนเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย รวมไปถึงข้อมูลในไลน์กลุ่มที่มักจะไม่มีแหล่งอ้างอิงและไม่สามารถตรวจสอบที่มาของข่าวได้ ว่าเป็นข่าวปลอมหรือไม่ ให้ลองเสิร์ชเนื้อหาใน Search engine เช่น Google หรือตรวจสอบว่าแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ที่มีความน่าเชื่อถือได้นำเสนอเนื้อหาในทำนองเดียวกันหรือไม่ โดยหากมีการอ้างอิงเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ให้ลองกดเข้าไปดูว่าเนื้อความเป็นอย่างไรและมีการบิดเบือนหรือไม่ เพื่อเป็นการเช็กอีกครั้งให้แน่ใจ

เช็กภาพข่าวให้ดี ๆ

บางครั้งข่าวปลอมอาจใช้ภาพประกอบจากภาพข่าวเก่าหรือภาพที่มีอยู่แล้วบนอินเทอร์เน็ต คุณสามารถเช็กได้ด้วยการเสิร์ชรูปภาพใน Google เพื่อดูว่าภาพประกอบข่าวเคยถูกใช้ที่ไหนมาบ้าง วิธีการคือให้คลิกขวาที่รูปภาพ (หากใช้คอมพิวเตอร์) หรือใช้มือแตะที่รูปค้างไว้ (หากใช้โทรศัพท์มือถือ) แล้วเลือกคำว่า Search with Google Lens (ค้นหาด้วย Google Lens)

เช็กกับเว็บไซต์ตรวจข่าวปลอม

ปัจจุบันมีหลาย ๆ หน่วยงานที่ช่วยตรวจข่าวปลอม รวมถึงรับแจ้งข่าวปลอม เพื่อลดการส่งต่อข้อมูลผิด ๆ บนโลกออนไลน์ ผู้ใช้งานสามารถเช็กข่าวปลอมด้วยการเสิร์ชเนื้อหาของข่าวหรือดูว่าตอนนี้มีข่าวปลอมอะไรเกิดขึ้นบ้าง ตัวอย่างเว็บไซต์ของหน่วยงานที่จัดการด้านข่าวปลอม เช่น

เว็บเช็กข่าวปลอม

เช็กรูปแบบการนำเสนอข้อมูล

เนื้อหาข่าวหรือข้อมูลที่ถูกนำเสนออกมาในรูปแบบของการประชดประชัน เสียดสี ล้อเลียน เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ แม้จะไม่ใช่ข่าวปลอม แต่ก็อาจทำให้คนที่ไม่เข้าใจบริบทหรือรับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง เกิดความเข้าใจผิดและตีความข้อมูลแบบผิด ๆ ได้ หากอ่านแล้วคิดว่าข้อมูลนั้นมีความเกินจริงหรือไม่น่าเป็นไปได้ ให้ลองดูข่าวอื่น ๆ ที่แหล่งข่าวนั้นโพสต์เพื่อดูสไตล์การนำเสนอ หรืออาจจะลองเสิร์ชเนื้อหาข่าวในอินเทอร์เน็ต และเปรียบเทียบข้อมูลกับเว็บไซต์ของสำนักข่าวทางการหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ

นอกจาก 5 วิธีการตรวจสอบข่าวปลอมข้างต้นแล้ว การติดตามข่าวสารเป็นประจำจากหลากหลายช่องทางจะช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์แยกแยะข่าวจริงและข่าวปลอมได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญอย่าด่วนตัดสินใจเชื่อและแชร์ข้อมูลในทันที โดยเฉพาะข้อมูลในไลน์กลุ่มที่ไม่มีที่มา

อ้างอิง:

ช่องทางการชำระเงิน

ช่องทางจัดส่งสินค้า

ติดต่อเรา

บริษัท บี คิวบ์ โซลูชั่น จำกัด

dbd-logo.png
OLDK
Logo
เปรียบเทียบสินค้า
  • Total (0)
เปรียบเทียบ
0

Discover more from OLDK

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading