กินเจแบบไม่ระวัง สุขภาพอาจพังแบบไม่รู้ตัว

หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกว่าการกินเจจะมีแต่ผลดีต่อสุขภาพ เพราะอาหารที่ทานไม่มีเนื้อสัตว์หรือไขมันจากสัตว์ แต่จริง ๆ แล้วการกินอาหารเจบางประเภทมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่อาจมีโรคประจำตัว และมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อย

ทำไมการกินอาหารเจ ถึงอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ปัจจุบันมีอาหารเจให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ โดยนอกจากผักแล้วยังมีอาหารประเภทแป้ง ๆ ทอด ๆ และอาหารแปรรูปที่ทำให้เหมือนเนื้อสัตว์ ซึ่งหากทานอาหารเหล่านี้มาก ๆ และทานอย่างต่อเนื่องก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายของผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวอื่น ๆ การกินเจผิดวิธีหรือการเลือกรับประมานอาหารเจอย่างไม่เหมาะสมอาจส่งผลเสีย ดังนี้

  1. ท้องอืด ท้องผูก จากการที่ทานผักผลไม้ที่มีกากใยมากเกินไป ซึ่งในผู้สูงอายุบางรายมักมีปัญหาในการย่อยอาหารอยู่แล้ว การรับปริมาณกากใยที่มากเกินไป อาจทำให้ท้องผูกหรือท้องอืดได้
  2. ในผู้สูงอายุโรคไตหรือโรคเบาหวาน หากเลือกรับประทานอาหารที่มีการแปรรูป หรือมีรสชาติที่หวานจัด เค็มจัดมากเกินไป อาจส่งผลให้ได้รับน้ำตาลหรือโซเดียมที่สูงเกินไปได้
  3. ไขมันในเลือดสูง เนื่องจากหากเลือกทานอาหารเจที่เป็นจำพวกของทอด ของมัน หรือแป้งในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้ร่างกายได้รับไขมันเกินความจำเป็น น้ำหนักตัวมากขึ้น และส่งผลเสียอื่น ๆ ตามมาได้
  4. รับสารอาหารประเภทโปรตีนไม่เพียงพอ เนื่องจากงดทานเนื้อสัตว์ ขาดสารอาหารสำคัญที่ช่วยในการซ่อมแซมร่างกาย

กินเจอย่างไร ให้สุขภาพดี

จากที่กล่าวไปข้างต้นจะเห็นได้ว่า ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการกินเจนั้น มาจากการรับประทานอาหารประเภทใดประเภทหนึ่งมากหรือน้อยจนเกินไป ดังนั้น จึงควรเลือกรับประทานอาหารที่ทำให้ร่างกายได้สารอาหารครบถ้วน

โดยปกติแล้ว ในอาหารหนึ่งมื้อนั้น เราควรรับประทานให้ได้โปรตีน 1 ส่วน คาร์โบไฮเดรต (แป้ง) 1 ส่วน และผัก 2 ส่วน แต่เมื่อเรากินเจ จะต้องงดเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์ ซึ่งอาจจะทำให้ขาดโปรตีนไปด้วย เนื่องจากโปรตีนส่วนใหญ่นั้นอยู่ในเนื้อสัตว์ แนะนำให้ทานโปรตีนจากพืชอื่น ๆ ทดแทน เช่น ธัญพืช ถั่วเหลือง เป็นต้น ประกอยกับทานอาหารประเภทอื่น ให้เหมาะสมตามสัดส่วนข้างต้น

เลือกกินอาหารเจที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดีของสูงอายุ

  1. เลือกรับประทานอาหารเจที่มีโปรตีนเพียงพอ คือ อาหารที่มาจากของจำพวกถั่ว ไม่ว่าจะเป็น ถั่วเหลือง ถั่วแดง ธัญพืช โปรตีนเกษตร ซึ่งควรเลือกรับประทานให้หลากหลาย และมีการสลับสับเปลี่ยน เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนอย่างครบถ้วน
  2. เลือกรับประทานผัก ผลไม้ ที่มีธาตุเหล็กสูง เนื่องจากเมื่อกินเจ ร่างกายอาจจะขาดธาตุเหล็กได้ และธาตุเหล็กที่อยู่ในผักและผลไม้นั้นมักเป็นธาตุเหล็กชนิดที่ดูดซึมได้ไม่ดี จึงควรเลือกผักและผลไม้ที่มีธาตุเล็กสูง เช่น ผักโขม คะน้า บล็อคโคลี ส้ม ฝรั่ง เป็นต้น
  3. เลือกรับประทานเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เนื่องจากเป็นกลุ่มอาการที่มีใยอาหารสูง ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย และยังช่วยให้อิ่มนานมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนมักพบในข้าวหรือแป้งที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีต
  4. หลีกเลี่ยงอาหารที่โซเดียมสูง เนื่องจากในอาหารเจนั้น มักมีการปรุงรสชาติให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น รวมถึงในบางครั้งอาจเป็นอาหารแปรรูปที่มีโซเดียมสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยเฉพาะในผู้สูงวัย ดังนั้นจึงควรเลือกรับประทานอาหารที่โซเดียมต่ำ และหากเป็นอาหารที่เป็นซุปหรือน้ำแกง ไม่ควรปรุงเพิ่ม และชิมก่อนปรุงเสมอ
  5. หลีกเลี่ยงการรับประทานของทอด ของมัน ซึ่งส่วนใหญ่มักมีส่วนประกอบที่มีแป้ง ดังนั้นเมื่อรับประทานเข้าไปอาจจะทำให้รู้สึกหิวง่าย ไม่อยู่ท้อง รวมถึงในอาหารเจจะมีการปรุงให้อาหารรสหวานจัด เค็มจัด เพื่อให้อาหารมีรสชาติที่น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ซึ่งการทานของเหล่านี้ในปริมาณมาก จะส่งผลให้น้ำตาลและไขมันในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และเป็นผลเสียต่อร่างกายได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงพวกของมัน ของทอด หากอยากรับประทานพวกน้ำหวาน อาจเลือกเป็นนมถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้แทน ซึ่งมีโปรตีนสูง และอยู่ท้องมากกว่า

การเลือกทานอาหารเจอย่างเหมาะสมโดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวอื่น ๆ เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะนอกจากจะได้บุญจากการกินเจแล้ว ยังมั่นใจได้ว่าจะได้สุขภาพที่ดีจากการกินเจอีกด้วย ดังนั้น ก่อนเลือกอาหารเจทุกครั้ง อย่าลืมเลือกอย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอด้วยนะคะ ด้วยความปรารถนาดีจากทีม OLDK ค่ะ

อ้างอิง:

ช่องทางการชำระเงิน

ช่องทางจัดส่งสินค้า

ติดต่อเรา

บริษัท บี คิวบ์ โซลูชั่น จำกัด

dbd-logo.png
OLDK
Logo
เปรียบเทียบสินค้า
  • Total (0)
เปรียบเทียบ
0