สุขภาพ โรคเบาหวาน ชื่อโรคแสนเบา แต่อาการนั้นไม่เบา มีนาคม 13, 2023 601 โรคเบาหวาน เป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบได้มากที่สุด จากผลสำรวจในประเทศพบว่าในผู้สูงอายุ 5 คน จะพบผู้ป่วยเบาหวาน 1 คน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งยังพบในคนที่อายุน้อยลงจากเดิมอีกด้วย ซึ่งโรคเบาหวานยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคไตวาย โรคตา หรือแม้แต่โรคหัวใจ สาเหตุโรคเบาหวาน โรคเบาหวานมีสาเหตุมาจากการที่ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้อย่างเพียงพอ หรือผลิตได้อย่างเพียงพอแต่ไม่สามารถนำอินซูลินมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือที่เรียกว่า ภาวะดื้ออินซูลิน นั่นเอง โดยอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยนำน้ำตาลเข้าเซลล์ เพื่อให้ร่างกายนำมาสร้างพลังงาน หากไม่มีอินซูลิน ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ก็จะส่งผลให้เกิดโรคเบาหวานตามมาได้ ทำไมถึงเรียกว่า “เบาหวาน” เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานมักมีปัสสาวะหวาน (ปัสสาวะมีน้ำตาลสูง) ซึ่งสามารถสังเกตได้จากการมีมดมาตอมปัสสาวะ โดยสมัยก่อนเรามักจะเรียกปัสสาวะ ว่า ‘เบา’ และอุจจาระว่า ‘หนัก’ ดังนั้น คนจึงเรียกโรคนี้ว่า “เบาหวาน” หรือ ปัสสาวะหวานนั่นเอง อาการของโรคเบาหวาน ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะต้องตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืนหิวน้ำบ่อยหิวบ่อย รับประทานจุ แต่น้ำหนักลดผิวแห้งเป็นแผลง่าย แล้วหายยากตาพร่ามัวชาบริเวณปลายมือปลายเท้าทั้ง 2 ข้างหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ชนิดของโรคเบาหวาน เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากความผิดปกติของตับอ่อน ทำให้ไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูง รักษาด้วยการฉีดอิซูลิน มักพบในผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 30 ปี เบาหวานชนิดที่ 2 พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งเป็นโรคเบาหวานที่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารหรือการใช้ชีวิต โดยมักเกิดในบุคคลที่มีภาวะอ้วน โดยตับอ่อนยังสามารถผลิตอินซูลินได้ แต่เกิดภาวะดื้ออินซูลิน จึงไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เบาหวานชนิดพิเศษ เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม โรคของตับอ่อน ความผิดปกติของฮอร์โมน การได้รับยาบางชนิด เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ หรือสารเคมี เป็นต้น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ เบาหวานชนิดนี้เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์และหายไปได้หลังคลอดบุตร แต่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต การวินิจฉัยโรคเบาหวาน การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหาร (อย่างน้อย 8 ชั่วโมง) เป็นวิธีที่ใช้ทั่วไปปกติระดับน้ำตาลในเลือดจะน้อยกว่า 100 มก./ดล.ผู้มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานหรือเบาหวานแฝง ระดับน้ำตาลในเลือดจะอยู่ระหว่าง 100-125 มก./ดล.ผู้ที่เป็นเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดจะมากกว่า 126 มก./ดล.การวัดระดับน้ำตาลหลังรับประทานกลูโคส/อาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง วิธีนี้จะดูว่าร่างกายสามารถดึงน้ำตาลไปใช้ได้หรือไม่ปกติระดับน้ำตาลในเลือดจะน้อยกว่า 140 มก./ดล.ผู้มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานหรือเบาหวานแฝง ระดับน้ำตาลในเลือดจะอยู่ระหว่าง 140-199 มก./ดล.ผู้ที่เป็นเบาหวานระดับน้ำตาลในเลือดจะมากกว่า 200 มก./ดล.การตรวจค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) เป็นค่าที่ใช้บอกระดับน้ำตาลในเลือดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งค่านี้อาจจะแก้ปัญหาในผู้ป่วยบางท่าน ที่พยายามควบคุมอาหารแค่ตอนก่อนที่จะเข้าพบแพทย์เท่านั้น โดยแพทย์จะดูค่าน้ำตาลสะสมประกอบกับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหาร เพื่อเพิ่มความแม่นยำปกติค่าน้ำตาลสะสมจะอยู่ที่ 4.3-5.6%ผู้มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานหรือเบาหวานแฝง ค่าน้ำตาลสะสมจะอยู่ระหว่าง 5.7-6.4%ผู้ที่เป็นเบาหวาน ค่าน้ำตาลสะสมมากกว่า 6.5% ขึ้นไป ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน มักเกิดในผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นโรคเบาหวานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะในผู้ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยพบได้บ่อยดังนี้ ภาวะแทรกซ้อนทางตา (เบาหวานขึ้นตา): ผู้ป่วยที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี มีโอกาสที่จะเกิดโรคตาเพิ่มขึ้นมากกว่า 4-9 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ภาวะแทรกซ้อนทางไต: ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีแนวโน้มที่จะเกิดโรคไตเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า โรคไตจากเบาหวานเป็นหนึ่งในสาเหตุของภาวะไตวายระยะสุดท้ายของผู้ป่วยในประเทศไทยภาวะแทรกซ้อนของหลอดเลือดขนาดใหญ่: ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่เป็นเบาหวานแผลเบาหวานที่เท้า: ผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มที่จะต้องตัดขาส่วนล่างเพิ่มมากขึ้น 10-20 เท่า ดูแลตัวเองอย่างไรหากเป็นโรคเบาหวาน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และถูกต้องตามหลักโภชนาการ อาจแบ่งมื้ออาหารเป็นเช้า กลางวัน เย็น และมื้ออาหารว่างตอนสายหรือบ่ายหลีกลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวาน ขนม เบเกอรี่หมั่นตรวจน้ำตาลด้วยตนเอง เพื่อให้ทราบระดับน้ำตาลในเลือดออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อาจจะเป็นการออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การเดินเร็ว หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ใช้บันได้แทนการใช้ลิฟต์ หากต้องเดินขึ้นไปเพียงไม่กี่ชั้นดูแลทำความสะอาดเท้า ระมัดระวังอย่าให้เกิดบาดแผลรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่องและพบแพทย์ตามนัด เลือก 'เครื่องตรวจน้ำตาล' ที่ใช้งานง่าย ตรวจวัดระดับน้ำตาลได้อย่างแม่นยำ เบาหวานเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และตรวจสุขภาพอย่างเป็นประจำ เพราะสุขภาพที่ดี จะทำให้การใช้ชีวิตในวัยเกษียณ รวมไปถึงวัยอื่น ๆ เป็นไปได้อย่างดีด้วย วันนี้ อย่าลืมเริ่มออกกำลังกายและทานอาหารที่มีประโยชน์กันนะคะ อ้างอิง: Sickening Sweet, Science History Instituteเบาหวาน เรื่องหวาน ๆ ที่ไม่ควรเสี่ยง, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์สถานการณ์ปัจจุบัน และความร่วมมือเพื่อ ปฏิรูปการดูแลรักษาโรคเบาหวานในประเทศไทย, โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา Share this: Share on X (Opens in new window) X Share on Facebook (Opens in new window) Facebook SaveSavedRemoved 0 Previousรู้หรือไม่ คนไทยส่วนใหญ่บริโภคน้ำตาลเกินกำหนด เสี่ยงโรคเบาหวาน Nextดูแลเบาหวานได้ง่าย ๆ ด้วย เครื่องตรวจน้ำตาล ในเลือดด้วยตัวเอง Tags: โรคเบาหวาน บทความที่คุณอาจสนใจ สินค้าที่ชอบเอาออกจากรายการสินค้าที่ชอบ 0 กายภาพที่บ้านฟรี สำหรับลูกค้าประกัน AIA เมื่อจองนัดผ่านแอป OLDK สินค้าที่ชอบเอาออกจากรายการสินค้าที่ชอบ 0 “แก้นิ้วล็อค” ได้ ด้วยการทำ “กายภาพ” สินค้าที่ชอบเอาออกจากรายการสินค้าที่ชอบ 0 สัญญาณเตือนข้อเข่าเสื่อม อาการที่ผู้สูงอายุมักเจอ สินค้าที่ชอบเอาออกจากรายการสินค้าที่ชอบ 0 กินเจแบบไม่ระวัง สุขภาพอาจพังแบบไม่รู้ตัว
สินค้าที่ชอบเอาออกจากรายการสินค้าที่ชอบ 0 กายภาพที่บ้านฟรี สำหรับลูกค้าประกัน AIA เมื่อจองนัดผ่านแอป OLDK